“วัยทวีนส์” (TWEENS)


       น้องเคยได้ยินคำว่า “วัยทวีนส์” (TWEENS) ไหมคะ คำนี้ใหม่ล่าสุด พลิกดูในดิกชันนารีไม่มีแน่ เพราะคำนี้ มาจากคำว่า BETWEEN ใช้เรียกเด็กอายุระหว่าง ๑๐-๑๔ ปี คืออยู่ในช่วงเด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง

       วัยทวีนส์ ชี้เฉพาะเจาะจงไปว่าเป็นเด็กในเมือง ที่อยู่ในครอบครัวพ่อแม่ ยุคเบบี้บูม ที่มีการศึกษาสูง หลายคนสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ มีฐานะ รสนิยมดี เลี้ยงดูลูกแบบตามใจ จึงไม่แปลกที่เด็กรุ่นนี้ “เสพติดสินค้าแบรนด์เนม กินอาหารขยะ มีสังคมอยู่บนเน็ต” และพลังของเขาก็มากมายเสียด้วย โดยเฉพาะพลังการซื้อ

 

ว่ากันว่าในสหรัฐฯ และอังกฤษ เด็กกลุ่มนี้มีอำนาจการซื้อกว่าปีละ
พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในเมืองไทย เขาบอกตัวเลขมาว่ากำลังการซื้อของ ของวัยทวีนส์อยู่ที่ราว ๆ ปีละหมื่นบาท

โอ! …. น่าพูดถึงพลังของเขาไหมละค่ะ เพราะมีผลถึงเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างเอาเรื่องทีเดียว มีนักวิจัยสรุปพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ และหาความเหมือนหรือ NORMS เอาไว้ เรามาลองฟังกันดู จะได้รู้จักเด็กไทยวัยทวีนส์มากขึ้นค่ะ

เขาสรุปออกมาว่า เด็กทวีนส์ติดอะไร ๆ ที่ส่งเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรสยาม
ทั้งสิ้น และต้องมียี่ห้อ ไม่ใช่ซื้อหาจากร้านโชว์ห่วยหน้าปากซอย เช่น เสื้อผ้าต้อง ROXY, AIIZ ซื้อของที่เซเว่น ดื่มเป๊ปซี่บลู อ่านแฮรี่ พอตเตอร์ ชอบเบ็กแฮม บริตนีย์ สเปียร์ ใช้มือถือโนเกีย มีความสุขกับการแชต ส่งเอสเอ็มเอส ดาวน์โหลดริงโทน ฯลฯ และสุดท้าย….. ชอบเล่นเกมออนไลน์ โดยเฉพาะเกมฮอตฮิตที่พี่ได้พูดถึงไปแล้ว
หลายหน นั่นก็คือ แร็คน่าร็อก เพราะเด็ก ๆ เขาเชื่อว่าเขากำหนดบทบาทตัวเองได้ ทำอะไรก็ได้ที่โลกแห่งความเป็นจริงทำไม่ได้ และเทคโนโลยีทำให้เขาเข้าถึง
ทุกอย่างได้ ข้อไหนไม่จริง น้อง ๆ บอกมาหน่อยนะคะ เราจะได้เก็บข้อมูลที่ตรงกัน และนั่นก็เป็นพลังของเด็กทวีนส์ที่น่าจะใช้ไปในทางสร้างสรรค์ได้ดีกว่านี้ ใช่ไหมคะ?

และพอเปิดข่าวหน้าหนึ่ง เจอข่าวเด็กนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลสวมกางเกงสีน้ำตาล
ที่ไม่เข้าข่าย กลุ่มทวีนส์แต่อย่างใดไปสักยันต์ตามตัวบอกว่าเป็นการเลียนแบบ
หนังไทยเรื่อง “มหาอุตม์” แล้วต้องไปฉีดยาป้องกันบาดทะยัก เพราะแพทย์และผู้ใหญ่ ที่ทราบเรื่องเข้าได้เตือนสติว่าการสักตามตัวนั้น
เคยมีผู้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคบาดทะยัก เห็นแล้วก็น่าสงสารนะคะ เพราะเด็ก ๆ ยืนเข้าแถวถลกแขนเสื้อให้หมอฉีดยาด้วยใบหน้าจ๋อย ๆ ไปตาม ๆ กัน

เห็นไหมคะ พลังเยาวชนนี้ไม่ว่าขยับจะทำอะไรก็ตามก็มีผลกระทบมายังสังคม
โดยรวมนะ แต่น่าเสียดายว่าเด็ก ๆ ยังขาดตัวอย่างดี ๆ ที่เป็นต้นแบบ จึงแสดงพลังที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น

ว่าดังนี้แล้ว พี่เองแหละที่ลุกขึ้นมาพูดกับตัวเองว่าไม่ได้ไม่ได้ เราจะทำอะไรให้กับเยาวชนที่น่ารักของเราดีนะ นอกเหนือจาก
จองทั่น บ.ก. เขียนคอลัมน์นี้ตลอดไปแล้ว พี่จึงเขียนงานวรรณกรรม-
เยาวชนขึ้นเพื่อจรรโลงใจบรรดาน้อง ๆ ทั้งหลายด้วยเรื่องราวสนุก ๆ แบบที่วัยนี้ชอบอ่านกัน ใส่ตอนตื่นเต้นผจญภัยเอาไว้คล้ายจูราสิก บวกสตาร์วอร์ แฮ่ะ ๆ พูดเล่นน่ะ เอาเป็นว่าแฟนตาซีพอสมควร แล้วก็คุยเรื่องดี ๆ มีสาระสื่อสารกับเด็ก ๆ เขา วรรณกรรมเรื่องที่ว่านั้น
ชื่อว่า “กล้าตะวัน” ค่ะ โดยใช้เวลาว่างหลังทำงานเขียนต้นฉบับ
ในตอนกลางคืน ก็มีอารมณ์สนุกมากสนุกน้อยไปตามสภาพร่างกาย
ในแต่ละวัน บางคืนเขียนด้วยความมันส์ก็ร่ายยาวไปถึงตีหนึ่งตีสอง จนลืมไปเลยว่าวันรุ่งขึ้นต้องลุกขึ้นไปทำงานแต่เช้า เอาเป็นว่า
ทำอย่างนี้อยู่ราว ๆ ๓ ปี จึงจบบริบูรณ์

ขอบอกว่าพอจับงานวรรณกรรมเยาวชนแล้วก็ยิ่งรู้สึกห่วงใย
พลังเยาวชนของชาติและของโลกยิ่งขึ้น เพราะเมื่อค้นคว้าข้อมูล
ไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าเด็ก ๆ นี้แหละที่กำโลกใบนี้ไว้ในมือน้อย ๆ ของเขา “กล้าตะวัน” จึงถือกำเนิดขึ้นมาได้ด้วยประการฉะนี้ค่ะ เพราะเหลียวซ้ายแลขวาหาวรรณกรรมเยาวชนในท้องตลาดแล้ว
ก็ไม่ค่อยเจอ หรือถ้ามีก็เรื่องราวปน ๆ เปื้อน ๆ ของเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ติดใจในเนื้อหนังมังสา ติดความสวยความหล่อเสียจนเด็ก ๆ เข้าใจว่าคนเด่นคนดังต้องสวยหล่อเท่านั้น ไม่จริงนะคะ
น้อง ๆ ที่รักทั้งหลาย แง่มุมของคุณค่าของมนุษย์นั้นมีอยู่มากมาย มิใช่เพียงที่รูปกายเท่านั้น ดังนั้น น้องกล้าหรือตะวันพระเอกของเรื่อง
จึงมีเพื่อน ๆ ที่มีรูปร่างหน้าตา เชื้อชาติ ผิวพรรณที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคืออยากเป็นคนดีค่ะ และพวกเขาก็เอาชนะ
อุปสรรคทั้งหลายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาชนะใจตัวเองได้
นั่นแหละในที่สุด

และนี่คงไม่ใช่วรรณกรรมเยาวชนเล่มสุดท้ายที่พี่จะเขียน เพราะพี่เกิดไอเดียพุ่งกระฉูดขึ้นอีก ขอบอก เมื่อเห็นปัญหาของเด็ก ๆ ของเราที่ถูกกระหน่ำด้วยสื่อวัฒนธรรมตะวันตกดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
จนลืมตัวตนอันน่ารักของเด็กไทย อย่างหนูนิด หนูหน่อย หนูแจ๋ว ฯลฯ ในการ์ตูนไทย ๆ บริสุทธิ์ในอดีต ไม่แน่หรอกนะคะ หนังสือเล่มต่อไปของพี่ แม้พระเอกจะไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์อย่างแฮรี่ หรือต่อสู้แบบชนะทุกครั้งด้วยมือเปล่าอย่างนีโอแห่งแมทริกซ์ แต่ที่
แน่ ๆ คือต้องสนุกมาก ๆ เพราะมีเป้าหมายให้เยาวชนทั้งประเทศอ่าน ตัวเลขกลุ่มเป้าหมายก็ใม่มากไม่มายคืออยู่ราว ๆ วัยทวีนส์
แค่ ๑๐ ล้านคนเท่านั้น เพื่อเขาจะได้นึกถึงคุณค่าและพลังของตัวเอง
ที่มีต่อสังคม และโลกนี้ให้มาก ๆ ค่ะ

แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 02 ธันวาคม 2006 เวลา 21:26 น.)