วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563

“พลังสมาธิ” ผู้พิชิตโรคไวรัส “โควิด-19”





“พลังสมาธิ” ผู้พิชิตโรคไวรัส “โควิด-19”
เรื่องการนั่งสมาธิเพื่อรักษาโรคต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาถกเถียงกัน แต่เป็นเรื่องที่จะต้องลงมือทำเลย เพื่อพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงของงานวิจัย ดังคำโบราณที่ว่า “สิบปากว่ายังไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นยังไม่เท่าลงมือทำ”
  มาตรการและวิธีการต่างๆ ที่รัฐบาลแต่ละประเทศกำลังดำเนินการอยู่นี้ ถือว่าเป็นมาตรการเร่งด่วนและจำเป็นที่สุดเพื่อกำจัดโรคร้ายนี้ เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่สังคมมนุษย์อีกต่อไป โดยรัฐบาลออกมาตรการป้องกัน ค้นคว้า วิจัย และหายารักษาผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อพวกเราสามารถค้นพบยาที่รักษาโรคนี้ได้แล้ว หวังว่ามนุษย์คงต้องหยุดกินสัตว์ป่าที่จะทำให้เกิดโรคเช่นนี้อีก เช่น ค้างคาว และนิ่ม เป็นต้น เพราะสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

       ในขณะที่พวกเรากำลังรอคอยยาเพื่อกำจัดกับโรคร้ายนี้อย่างมีความหวัง สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและรักษาโรคร้ายนี้อีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องการนั่งสมาธิ เนื่องจากมีงานวิจัยอยู่หลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยในประเทศไทยและต่างประเทศค้นพบว่า การนั่งสมาธิสามารถป้องกันและรักษาโรคร้ายต่างๆ ได้ เช่น ประเทศไทยนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า การนั่งสมาธิ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินส์ (Endorphins) หรือสารแห่งความสุขออกมา สารนี้ช่วยให้ระบบประสาทสมองและระบบอื่นๆ ของร่างกายทำงานอย่างเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ ช่วยยับยั้งระบบสมองเสื่อม และร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานและป้องกันโรคต่างๆ

         ในต่างประเทศ เช่น ดร. เดวิท แมคคลีแลนด์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่นั่งสมาธิวันละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป ติดต่อกัน 1 เดือนทำให้สภาวะอารมณ์สดชื่น สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่าปกติ และเซลล์ต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง สามารถป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ได้

“พลังสมาธิ” ผู้พิชิตโรคไวรัส “โควิด-19”
        ต่อมาคือนายเซลดอน โคเฮน แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เมืองพิตซ์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คนที่นั่งสมาธิวันละ 30 นาที ติดต่อกัน 3 เดือน ร่างกายมีการภูมิต้านทานต่อโรค ปอดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีภูมิต้านทานโรคไข้หวัดต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่น

       และอีกท่านหนึ่งคือ นายแพทย์บรูช แมคอีแวน จิตแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเยล เมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา พบว่า การนั่งสมาธิวันละ 20 นาที ขึ้นไปติดต่อกัน 3 เดือน สามารถป้องกันโรคหัวใจตีบ โรคไวรัสต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน โรคลำไส้อักเสบ โรคหอบหืด และโรคไข้หวัด เป็นต้น

        การนั่งสมาธิเพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆที่กล่าวมานั้น กระทรวงและมหาวิทยาลัยต่างๆได้ศึกษาค้นคว้า วิจัย ในรูปแบบวิทยาศาสตร์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผล ในขณะที่พวกเรากำลังรอคอยยารักษาอย่างมีความหวังอยู่นี้ พวกเราควรทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งคัด คือ กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่ผู้คนแออัดกินอาหารที่มีประโยชน์ และเสริมด้วยการนั่งสมาธิวันละ 30 นาทีเชื่อว่า พวกเราจะผ่านพ้นวิกฤตของโรคร้ายนี้ได้อย่างแน่นอน

      เรื่องการนั่งสมาธิเพื่อรักษาโรคต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาถกเถียงกัน แต่เป็นเรื่องที่จะต้องลงมือทำเลย เพื่อพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงของงานวิจัย ดังคำโบราณที่ว่า “สิบปากว่ายังไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นยังไม่เท่าลงมือทำ”

ที่มา https://www.banmuang.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น